นักลงทุนรายย่อยแห่ออกจากคริปโต หลัง BTC ร่วง 46%
นักลงทุนรายย่อยกำลังถอยออกจากตลาดคริปโตอย่างชัดเจน หลังจาก Bitcoin ร่วงลงถึง 46% จากจุดสูงสุดที่ 126,000 ดอลลาร์เมื่อสี่เดือนก่อน ปริมาณซื้อขายแบบสปอตลดลงราว 25–30% ขณะที่อัตราเลเวอเรจโดยประมาณ (Estimated Leverage Ratio) หดตัวลง 28% สะท้อนภาวะ “ล้างพอร์ต” ของนักเก็งกำไรจำนวนมาก
แรงซื้อที่เคยผลักดันตลาดในช่วงปี 2024–2025 เริ่มจางหาย เงินทุนกำลังไหลออกจากคริปโตไปสู่ตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและ AI ที่ให้ความผันผวนใกล้เคียงกันแต่มีความเสี่ยงขาลงต่ำกว่า
สัญญาณจากข้อมูล: เครื่องยนต์เก็งกำไรหยุดหมุน
ข้อมูลจาก CryptoQuant ชี้ว่า ELR ลดลงจาก 0.1980 เหลือ 0.1414 ภายในไม่กี่สัปดาห์ การลดลงของเลเวอเรจในระดับนี้มักเกิดขึ้นหลังการปรับฐานครั้งใหญ่
กิจกรรมบน Binance ลดลงราว 4.71 พันล้านดอลลาร์ หรือ 16.4% ปริมาณรายวันเหลือประมาณ 24 พันล้านดอลลาร์ เมื่อไม่มีแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อย การดีดตัวของราคาจึงสั้นและไม่ต่อเนื่อง
สภาพคล่องที่บางลงทำให้ราคาอาศัยแรงซื้อจากสถาบันผ่าน ETF เป็นหลัก ซึ่งให้ “ฐานรองรับ” มากกว่าการสร้างกระแสขึ้นรุนแรง
เงินทุนหมุนเข้าสู่ตลาดหุ้น
ข้อมูลเดือนมกราคม 2026 ระบุว่านักลงทุนรายย่อยอัดเงินกว่า 350 ล้านดอลลาร์เข้าสู่หุ้น และมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์เข้าสู่ออปชัน รวมเป็น 650 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อัตราส่วนความผันผวนระหว่าง BTC กับ Nasdaq ลดลงต่ำกว่า 2 เท่า หุ้นจึงให้ความเสี่ยงใกล้เคียงคริปโต แต่มีการปรับฐานที่ไม่รุนแรงเท่า หลังการร่วง 46% ของ Bitcoin การย้ายเงินจึงดูเป็นการตัดสินใจเชิงเหตุผล
ขณะเดียวกัน เทรดเดอร์จำนวนมากหันไปใช้เครื่องมือ AI วิเคราะห์งบการเงินและผลประกอบการในตลาดหุ้น ซึ่งให้กรอบข้อมูลที่ชัดเจนกว่าการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ดิจิทัล
แนวโน้มครึ่งปีแรก 2026
นักวิเคราะห์บางรายประเมินว่าตลาดคริปโตอาจเคลื่อนไหวในกรอบแคบจนถึงกลางปี 2026 หากเงินทุนรายย่อยยังไม่กลับมา
การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนอาจต้องอาศัยปัจจัยมหภาค เช่น การปรับลดดอกเบี้ย การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ หรือกระแส ETF รอบใหม่
จนกว่าแรงเสี่ยงจะกลับมา ตลาดคริปโตอาจต้องเผชิญช่วงเวลาแห่งความนิ่ง มากกว่าการพุ่งขึ้นแบบฉับพลันเหมือนในอดีต
แหล่งที่มา: https://cryptonews.com/news/retail-exodus-traders-ditching-crypto-equities-2026/

