XRP เผชิญแรงกดดันหนัก 60% ของอุปทานขาดทุนรวมกว่า $50B
ตลาดของ XRP กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังข้อมูลออนเชนล่าสุดชี้ว่าประมาณ 60% ของอุปทานหมุนเวียนอยู่ในสถานะขาดทุน ส่งผลให้เกิดแรงขายต่อเนื่องในตลาด
ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่าเหรียญ XRP ราว 36.8 พันล้านเหรียญ ถูกถือครองต่ำกว่าราคาทุน คิดเป็นมูลค่าขาดทุนที่ยังไม่รับรู้กว่า 50.8 พันล้านดอลลาร์ ภายใต้ราคาตลาดปัจจุบัน
สถานการณ์ดังกล่าวกำลังสร้างโครงสร้างตลาดที่เปราะบาง ซึ่งการฟื้นตัวของราคาอาจเผชิญแรงขายจากนักลงทุนที่ต้องการออกจากสถานะใกล้จุดคุ้มทุน
ราคาที่ลดลงทำให้นักลงทุนจำนวนมากติดลบ
ข้อมูลราคาล่าสุดแสดงให้เห็นว่า XRP ซื้อขายใกล้ระดับ 1.34 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 26% ตั้งแต่ต้นปี และลดลงถึง 54% ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา
ในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด ราคาปรับตัวลงจากประมาณ 1.37 ดอลลาร์ ไปแตะระดับต่ำสุดที่ 1.33 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อย
แม้การเคลื่อนไหวรายวันจะไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์คริปโตอื่น แต่ตัวเลขออนเชนเผยให้เห็นปัญหาที่ใหญ่กว่า นั่นคือ นักลงทุนจำนวนมากกำลังถือเหรียญที่ต่ำกว่าราคาทุน
โครงสร้างตลาดถูกกำหนดโดยระดับต้นทุนเฉลี่ย
หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของตลาด XRP คือ ราคาทุนเฉลี่ยของผู้ถือเหรียญ
Glassnode ประเมินว่า realized price ของ XRP อยู่ใกล้ระดับ 1.44 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าผู้ถือเหรียญโดยเฉลี่ยยังอยู่ในสถานะขาดทุนเมื่อราคาตลาดต่ำกว่าระดับนี้
ผลกระทบต่อโครงสร้างราคา
เมื่อราคาเข้าใกล้ระดับต้นทุนเฉลี่ย
- นักลงทุนจำนวนมากอาจเลือกขายเพื่อออกจากตลาด
- การฟื้นตัวระยะสั้นอาจเผชิญแรงขายสะสม
- ราคาต้องการอุปสงค์ใหม่จำนวนมากเพื่อทะลุแนวต้าน
ในบริบทนี้ การเคลื่อนไหวขึ้นของราคาไม่ได้ต้องการเพียงแรงซื้อจากนักเก็งกำไร แต่ต้องดูดซับเหรียญจำนวนมากจากนักลงทุนที่รอขาย
ตัวชี้วัดออนเชนสะท้อนภาวะขาดทุนของตลาด
ตัวชี้วัดหลายรายการสนับสนุนภาพรวมของตลาดที่ยังไม่หลุดจากภาวะขาดทุน
SOPR ต่ำกว่า 1
ค่า Spent Output Profit Ratio (SOPR) ต่ำกว่า 1 หมายความว่าเหรียญที่ถูกย้ายบนเครือข่ายถูกขายโดยเฉลี่ยในราคาที่ต่ำกว่าราคาทุน
NUPL ติดลบ
ค่า Net Unrealized Profit and Loss (NUPL) ของ XRP ยังอยู่ในแดนลบ แสดงว่าตลาดโดยรวมยังถือครองสินทรัพย์ในสถานะขาดทุน
ข้อมูลทั้งสองตัวชี้ว่าตลาดยังไม่เข้าสู่ช่วงการทำกำไรตามปกติ
กระแสเงินทุนสถาบันเริ่มอ่อนแรง
สัญญาณจากนักลงทุนสถาบันยังสะท้อนความระมัดระวัง
ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า กองทุน ETF ที่เกี่ยวข้องกับ XRP มีเงินไหลออกประมาณ 5 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ล่าสุด
แม้ว่ายอดสุทธิทั้งปีจะยังคงเป็นบวกประมาณ 70 ล้านดอลลาร์ แต่แนวโน้มล่าสุดบ่งชี้ว่านักลงทุนเริ่มลดความเสี่ยงในสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูง
ขณะเดียวกันข้อมูลจาก CoinShares ระบุว่า ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ XRP มีเงินไหลออกมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์ในเดือนนี้
ตลาดอนุพันธ์ส่งสัญญาณการเก็งกำไรที่ลดลง
ข้อมูลจาก Coinglass แสดงว่า Open Interest ของ XRP ลดลงเหลือประมาณ 2.25 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ต้นปี 2025
Open interest เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนความสนใจในการเก็งกำไรในตลาดฟิวเจอร์ส
การลดลงของตัวเลขนี้แสดงว่า
- นักเทรดกำลังปิดสถานะ
- การใช้เลเวอเรจลดลง
- ความต้องการเก็งกำไรระยะสั้นอ่อนตัว
กระแสคำสั่งซื้อขายยังถูกครอบงำโดยฝั่งขาย
ข้อมูลคำสั่งซื้อขายจาก CryptoQuant ชี้ว่าตลาด XRP ถูกครอบงำโดยแรงขาย
ค่า Taker Buy-Sell Ratio บน Binance อยู่ที่ประมาณ 0.912
ตัวเลขต่ำกว่า 1 หมายความว่า
- คำสั่งขายแบบ market order มีจำนวนมากกว่าคำสั่งซื้อ
- ผู้ซื้อส่วนใหญ่ใช้คำสั่ง limit order
- ตลาดขาดแรงซื้อเชิงรุก
ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ราคาอาจทรงตัวได้ระยะหนึ่ง แต่ยากที่จะสร้างโมเมนตัมขาขึ้น
ปริมาณการซื้อขายลดลงเพิ่มความเปราะบางของตลาด
ข้อมูลตลาดยังสะท้อนว่ากิจกรรมการซื้อขายเริ่มลดลง
CryptoQuant ระบุว่า ปริมาณซื้อขาย XRP บน Binance ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยล่าสุด โดยมีการซื้อขายประมาณ 27 ล้าน XRP ต่อวัน
ขณะเดียวกันกิจกรรมของกระเป๋าเงินที่ฝากหรือถอนเหรียญจากตลาดแลกเปลี่ยนก็ลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ต้นปี 2025
ผลกระทบต่อโครงสร้างตลาด
เมื่อปริมาณซื้อขายและกิจกรรมของผู้ใช้งานลดลงพร้อมกัน
- สภาพคล่องในตลาดจะบางลง
- คำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่สามารถขยับราคาได้มากขึ้น
- ตลาดมีความอ่อนไหวต่อข่าวและปัจจัยมหภาคมากขึ้น
แนวโน้มของ XRP ยังต้องการอุปสงค์ใหม่
แม้ข้อมูลออนเชนจะสะท้อนภาวะกดดัน แต่ไม่ได้หมายความว่า XRP ไม่สามารถฟื้นตัวได้
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนต้องการ
- อุปสงค์ใหม่จากนักลงทุน
- การกลับมาของสภาพคล่องในตลาด
- การดูดซับอุปทานจากผู้ถือเหรียญที่ติดลบ
จนกว่าปัจจัยเหล่านี้จะเกิดขึ้น ระดับราคาทุนเฉลี่ยราว 1.44 ดอลลาร์ อาจยังคงเป็นจุดสำคัญที่ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายจับตาอย่างใกล้ชิด

