เคลล์ บรูค เล็งคัมแบ็กดวล เบนน์ หรือ ยูแบงก์ จูเนียร์

เคลล์ บรูค เล็งคัมแบ็กดวล เบนน์ หรือ ยูแบงก์ จูเนียร์

อดีตแชมป์โลกเวลเตอร์เวตชาวอังกฤษ เคลล์ บรูค ส่งสัญญาณชัดว่าเขายังไม่ปิดฉากอาชีพบนสังเวียน หลังเปิดเผยว่าพร้อมกลับมาชกกับคู่แข่งร่วมชาติอย่าง คอเนอร์ เบนน์ หรือ คริส ยูแบงก์ จูเนียร์ หากข้อเสนอเหมาะสม โดยยืนยันว่าเขามั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะทั้งสองคนได้ก่อนครบ 12 ยก

บรูคไม่ได้ขึ้นชกตั้งแต่ปี 2022 หลังเอาชนะคู่ปรับเก่า อาเมียร์ ข่าน ด้วยการน็อกในยกที่หก แต่ในวัย 39 ปี เขายังคงเชื่อว่าประสบการณ์และจังหวะการชกของตัวเองยังสามารถสร้างความแตกต่างได้ในไฟต์ใหญ่ระดับประเทศ

เส้นทางอาชีพที่ยังไม่จบ

บรูคเคยขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพในปี 2014 เมื่อเขาคว้าแชมป์โลกด้วยชัยชนะเหนือ ชอว์น พอร์เตอร์ ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์มวยอังกฤษยุคใหม่

หลังจากนั้น เส้นทางของเขาเต็มไปด้วยไฟต์ใหญ่ รวมถึงการแพ้ทีเคโอให้กับ เทอเรนซ์ ครอว์ฟอร์ด ในปี 2020 อย่างไรก็ตาม บรูคยังคงรักษาฐานแฟนคลับจำนวนมากจากสไตล์การชกที่ดุดันและความสามารถในการอ่านเกมคู่ต่อสู้

การเอาชนะอาเมียร์ ข่านในปี 2022 ถูกมองว่าเป็นบทสรุปที่สมบูรณ์แบบของหนึ่งในคู่ปรับที่ยาวนานที่สุดในวงการมวยอังกฤษ แต่ดูเหมือนว่าบรูคยังรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ต้องพิสูจน์อีกครั้ง

คู่ต่อสู้ที่เป็นไปได้: เบนน์ หรือ ยูแบงก์ จูเนียร์

เมื่อถูกถามถึงคู่ชกที่ต้องการ บรูคไม่ได้ลังเลที่จะเอ่ยชื่อสองนักชกชาวอังกฤษที่กำลังได้รับความสนใจในตลาดมวยยุโรป

เขากล่าวว่าการเจอกับ คอเนอร์ เบนน์ หรือ คริส ยูแบงก์ จูเนียร์ ต่างก็เป็นไฟต์ที่มีศักยภาพทางธุรกิจและสร้างกระแสได้อย่างมาก

“ผมรู้สึกดีมาก ถ้าไฟต์เหล่านั้นถูกเสนอมา และค่าตัวเหมาะสม ผมก็พร้อมขึ้นชกทันที” บรูคกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Boxing King Media

บรูคยังเสริมว่าเขามองว่ายูแบงก์อาจเป็นคู่ต่อสู้ที่ง่ายกว่า แต่ไม่ว่าคู่ชกจะเป็นใคร เขาเชื่อว่าตัวเองสามารถปิดเกมได้ก่อนครบระยะ

ความเปลี่ยนแปลงในเส้นทางของคู่แข่ง

ในช่วงปีที่ผ่านมา คริส ยูแบงก์ จูเนียร์ เพิ่งผ่านไฟต์ที่ดุเดือดกับคอเนอร์ เบนน์ โดยชนะคะแนนเอกฉันท์ในไฟต์แรก ก่อนที่ผลการแข่งขันจะพลิกกลับในไฟต์รีแมตช์ปลายปี

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการลดน้ำหนักลงมาที่ 160 ปอนด์และข้อจำกัดเรื่องการรีไฮเดรตอาจส่งผลต่อสมรรถภาพของยูแบงก์ในไฟต์รีแมตช์

ด้าน คอเนอร์ เบนน์ กำลังเตรียมขึ้นชกกับอดีตแชมป์โลกซูเปอร์ไลต์เวต เรจิส โปรเกรส์ ที่พิกัดแคตช์เวต 150 ปอนด์ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของอันเดอร์การ์ดไฟต์ใหญ่ที่มี ไทสัน ฟิวรี เป็นคู่เอก

การกลับมาที่ดูไบและความหมายเชิงสัญลักษณ์

สำหรับบรูค การกลับขึ้นเวทีครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นที่ดูไบในวันที่ 11 เมษายน โดยเขาจะพบกับ ไอซา อัล ดาห์

อีเวนต์ดังกล่าวถูกจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงตำนานมวยอังกฤษ ริกกี ฮัตตัน ซึ่งเดิมถูกวางตัวให้เป็นคู่เอกก่อนที่เขาจะเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า

ไฟต์นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการกลับมาของบรูคเท่านั้น แต่ยังมีความหมายทางอารมณ์ต่อวงการมวยอังกฤษที่สูญเสียหนึ่งในบุคคลสำคัญไป

ประสบการณ์ vs พลังหนุ่ม

แม้บรูคจะเข้าสู่ช่วงปลายอาชีพ แต่เขายังคงเชื่อว่าความเข้าใจเกมมวยและการจับจังหวะคืออาวุธสำคัญ

“จังหวะคือทุกอย่าง ผมมีประสบการณ์มากพอ และผมเชื่อว่าผมจะหาวิธีหยุดพวกเขาได้ก่อนครบ 12 ยก” เขากล่าว

คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของนักชกที่ผ่านศึกระดับโลกมาแล้วหลายครั้ง และอาจทำให้ตลาดมวยอังกฤษกลับมาคึกคักอีกครั้งหากไฟต์เหล่านี้เกิดขึ้นจริง


Source: Boxing News Online