ซีอีโอ MindsEye โทษ “การจารกรรมองค์กร” หลังสตูดิโอปลดพนักงานเพิ่ม

ซีอีโอ MindsEye โทษ “การจารกรรมองค์กร” หลังสตูดิโอปลดพนักงานเพิ่ม

สตูดิโอพัฒนาเกมที่อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ MindsEye กำลังเผชิญความปั่นป่วนครั้งใหม่ หลังผู้บริหารระดับสูงออกมาอ้างว่าการจารกรรมองค์กรและการก่อวินาศกรรมทางธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การปลดพนักงานรอบล่าสุดของบริษัท คำกล่าวดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงในวงการเกมเกี่ยวกับความโปร่งใสของบริษัทและแรงกดดันทางธุรกิจที่สตูดิโอกำลังเผชิญอยู่


การปลดพนักงานรอบใหม่ที่ Build a Rocket Boy

Build a Rocket Boy บริษัทผู้พัฒนาเกม MindsEye ได้ประกาศการปลดพนักงานเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ โดยไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่ชัด

Mark Gerhard หนึ่งในซีอีโอของบริษัทกล่าวผ่านโพสต์ LinkedIn ว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นเรื่องที่ “เจ็บปวดอย่างยิ่ง” สำหรับองค์กร พร้อมยอมรับว่าพนักงานที่ได้รับผลกระทบได้ทุ่มเททั้งเวลาและความสามารถให้กับโปรเจกต์ของบริษัท

เขาระบุว่าการปลดพนักงานเป็นผลจากแรงกดดันทางธุรกิจที่เกิดขึ้นหลังการเปิดตัวเกม


ซีอีโออ้าง “การจารกรรมองค์กร”

อย่างไรก็ตาม คำอธิบายของผู้บริหารไม่ได้หยุดเพียงปัจจัยทางเศรษฐกิจ

Gerhard ระบุว่าบริษัทกำลังสืบสวน “กิจกรรมอาชญากรรม” ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดตัวเกม MindsEye โดยกล่าวว่ามีหลักฐานเกี่ยวกับ “การจารกรรมและการก่อวินาศกรรมทางองค์กร” ที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท

เขาอธิบายว่าการสอบสวนกำลังดำเนินการร่วมกับที่ปรึกษาทางกฎหมายและพันธมิตรภายนอก และเนื่องจากเรื่องดังกล่าวอาจเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้อง จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในขณะนี้


ข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกับแคมเปญโจมตีออนไลน์

ข้อกล่าวหานี้ถูกเชื่อมโยงกับรายงานก่อนหน้าที่กล่าวถึงการประชุมภายในของบริษัท ซึ่ง Gerhard อ้างว่ามีบริษัทสื่อรายหนึ่งอยู่เบื้องหลังแคมเปญโจมตีภาพลักษณ์ของเกม

บริษัทที่ถูกกล่าวถึงคือ Ritual Network ซึ่งเป็นบริษัทด้านการตลาดสำหรับครีเอเตอร์บน TikTok และ YouTube ในสหราชอาณาจักร

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าบริษัทดังกล่าวมีขนาดค่อนข้างเล็ก ทำให้เกิดข้อสงสัยในวงการเกมเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อกล่าวหา


ความขัดแย้งกับครีเอเตอร์ออนไลน์

ประเด็นนี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อ Gerhard ระบุว่าบริษัทได้เตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับยูทูบเบอร์รายหนึ่ง

ยูทูบเบอร์ที่ถูกกล่าวถึงคือ Cyber Boi ซึ่งเผยแพร่วิดีโอวิจารณ์บริษัทและผู้บริหาร

ไม่นานหลังจากวิดีโอดังกล่าวเผยแพร่ Gerhard ระบุใน Discord ของเกมว่าบริษัทอาจออกคำสั่ง “หยุดและเลิก” (cease and desist) ต่อผู้สร้างคอนเทนต์รายนั้น


ความท้าทายของสตูดิโอเกมยุคใหม่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนแรงกดดันที่สตูดิโอเกมขนาดกลางและใหญ่ต้องเผชิญในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง

โปรเจกต์เกมขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลและใช้เวลาพัฒนาหลายปี หากการเปิดตัวไม่ประสบความสำเร็จหรือเผชิญกระแสวิจารณ์รุนแรง บริษัทอาจต้องปรับโครงสร้างองค์กรอย่างรวดเร็ว

ในกรณีของ MindsEye การกล่าวอ้างเรื่องการจารกรรมองค์กรทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อน และอาจนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมายในอนาคต


สิ่งที่อุตสาหกรรมกำลังจับตา

ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานสาธารณะยืนยันข้อกล่าวหาของผู้บริหาร Build a Rocket Boy

หากบริษัทเดินหน้าดำเนินคดีตามที่ระบุไว้ อุตสาหกรรมเกมอาจได้เห็นหนึ่งในข้อพิพาทที่ไม่ธรรมดาที่สุดระหว่างผู้พัฒนาเกม บริษัทการตลาด และครีเอเตอร์ออนไลน์

จนกว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติม การปลดพนักงานของ MindsEye ยังคงเป็นอีกตัวอย่างของความผันผวนในอุตสาหกรรมเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


Source:Kotaku